รู้หรือไม่? โรงงานส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าไฟฟ้าถูกใช้ไปกับอะไร

หากถามผู้บริหารโรงงานว่า

ค่าไฟเดือนที่แล้วเท่าไร?

หลายคนตอบได้ทันที แต่หากถามต่อว่า

Air Compressor ใช้ไฟกี่เปอร์เซ็นต์ของโรงงาน?

Chiller ใช้ไฟกี่เปอร์เซ็นต์?

Production Line ใช้ไฟกี่เปอร์เซ็นต์?

คำตอบที่ได้บ่อยที่สุดคือ

“ไม่แน่ใจ”

นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในโรงงานจำนวนมาก เพราะหลายองค์กรรู้ว่า ใช้ไฟเท่าไร แต่ไม่รู้ว่าไฟฟ้าถูกใช้ไปกับอะไร



การรู้ค่าไฟ ไม่ได้แปลว่ารู้ต้นเหตุของค่าไฟ

ลองนึกภาพว่า คุณได้รับใบแจ้งหนี้ค่าน้ำ เดือนละ 100,000 บาท คุณรู้ว่าค่าน้ำแพง แต่ไม่รู้ว่า

  • ห้องน้ำใช้เท่าไร
  • กระบวนการผลิตใช้เท่าไร
  • มีน้ำรั่วหรือไม่

คุณจะแก้ปัญหาได้อย่างไร? ระบบพลังงานก็เช่นเดียวกัน



ทำไมหลายโรงงานจึงลดค่าไฟไม่ได้?

เพราะพยายามแก้ปัญหา ก่อนเข้าใจปัญหา เช่น

  • ติด Solar
  • เปลี่ยน Chiller
  • เปลี่ยน Compressor
  • เปลี่ยนหลอดไฟ

ทั้งที่ยังไม่รู้ว่า โหลดใดใช้พลังงานมากที่สุด



Physics Behind the Problem

ในทางวิศวกรรม การจัดการพลังงาน เริ่มจากการรู้ Energy Flow หรือ เส้นทางการไหลของพลังงาน ก่อนเสมอ เพราะคุณไม่สามารถควบคุมสิ่งที่มองไม่เห็นได้

โรงงานส่วนใหญ่ใช้ไฟไปกับอะไร?

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับประเภทอุตสาหกรรม แต่โดยทั่วไป มักแบ่งได้ดังนี้

ระบบสัดส่วนพลังงานโดยประมาณ
Production Process30-70%
Air Compressor10-30%
Chiller / HVAC15-40%
Pump & Fan5-20%
Lighting2-10%
Other Load1-15%

ตัวเลขเหล่านี้แตกต่างกันในแต่ละโรงงานและไม่สามารถคาดเดาได้จากบิลค่าไฟ



ความผิดพลาดที่พบบ่อย

คิดว่า Chiller กินไฟมากที่สุด

แต่เมื่อติดตั้งมิเตอร์ กลับพบว่า Air Compressor ใช้พลังงานมากกว่า



คิดว่า Production เป็นโหลดหลัก

แต่จริง ๆ Utility ใช้พลังงานเกินครึ่งของโรงงาน



คิดว่า Solar จะช่วยได้มาก

แต่ภาระหลักกลับอยู่ช่วงกลางคืน

Energy Mapping คืออะไร?

Energy Mapping คือการทำแผนที่การใช้พลังงาน เพื่อให้รู้ว่าไฟฟ้าแต่ละหน่วย ถูกใช้ไปกับระบบใดและสร้างมูลค่าหรือไม่



ขั้นตอนที่ 1

แยก Production และ Utility นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด เพราะ การแก้ปัญหาของ Production และ Utility แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง



ขั้นตอนที่ 2

วิเคราะห์ Load Profile เพื่อดูว่า พลังงานถูกใช้ เมื่อไร และอย่างไร



ขั้นตอนที่ 3

ติดตามโหลดหลัก เช่น

  • Chiller
  • Air Compressor
  • Pump
  • Production Line


ขั้นตอนที่ 4

คำนวณ SEC เพื่อวัดประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงปริมาณการใช้ไฟ



กรณีศึกษาที่พบจริง

หลายโรงงานเชื่อว่า Production เป็นผู้ใช้พลังงานหลัก แต่หลังติดตั้งระบบ Monitoring กลับพบว่า Production ใช้เพียง 40% ในขณะที่ Utility ใช้ถึง 60% ส่งผลให้แนวทางลดค่าไฟเปลี่ยนไปทันที



หากไม่รู้ว่าไฟฟ้าถูกใช้ไปกับอะไร จะเกิดอะไรขึ้น?

คุณอาจ

  • ลงทุนผิดจุด
  • วิเคราะห์ผิด
  • วัดผลไม่ได้
  • ลดค่าไฟไม่ได้ตามเป้าหมาย

แม้จะลงทุนหลายล้านบาทก็ตาม



Dashboard ที่ดีควรตอบคำถามนี้ได้

พลังงานถูกใช้ที่ไหน?

ไม่ใช่เพียง

ใช้ไฟเท่าไร?

นี่คือความแตกต่างระหว่าง Data และ Insight



แนวทางที่ถูกต้อง

  1. เก็บข้อมูลพลังงาน
  2. ทำ Energy Mapping
  3. วิเคราะห์ Load Profile
  4. แยก Production และ Utility
  5. ติดตาม KPI
  6. จึงเริ่มโครงการ Energy Saving

 

โรงงานจำนวนมากรู้ว่าค่าไฟแพง แต่ไม่รู้ว่า ไฟฟ้าถูกใช้ไปกับอะไร ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายโครงการลดค่าไฟ ไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง เพราะก่อนจะเลือกเทคโนโลยี หรือลงทุนโครงการใด สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องรู้ก่อนว่า

พลังงานกำลังถูกใช้ที่ไหน

และ

ส่วนใดคือโอกาสในการปรับปรุงที่แท้จริง



เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความโดย

ทีมวิศวกรพลังงาน Pains Power

ผู้เชี่ยวชาญด้าน:

  • Power Quality
  • ระบบไฟฟ้าโรงงาน
  • Energy Saving
  • Solar Engineering
  • Industrial Energy Management

Reviewed by:
Sarayuth Sornprapha
Energy Saving Specialist



Internal Link



FAQ
| คำถามที่พบบ่อย

Energy Mapping คืออะไร?

การวิเคราะห์ว่าไฟฟ้าถูกใช้ไปกับระบบใดบ้างภายในโรงงาน

จำเป็นต้องติดมิเตอร์ทุกจุดหรือไม่?

ไม่จำเป็น หากเลือกจุดวัดที่สำคัญและครอบคลุมโหลดหลักได้

ทำไมต้องแยก Production และ Utility?

เพราะทั้งสองส่วนมีรูปแบบการใช้พลังงานและแนวทางปรับปรุงที่แตกต่างกัน

รู้ค่าไฟรวมอย่างเดียวไม่พอหรือ?

ไม่พอ เพราะไม่สามารถบอกได้ว่าพลังงานถูกใช้หรือสูญเสียที่จุดใด



📞 ติดต่อเพื่อวิเคราะห์หน้างานฟรี

หากคุณต้องการลดค่าไฟโรงงานอย่างเป็นระบบ
ทีมงานพร้อมเข้าไปวิเคราะห์หน้างาน พร้อมรายงานผลประหยัดแบบมืออาชีพ

📱 Line ID : @845lapno
☎️ Tel : 085 946 6199 / 090 973 3192