ลดค่าไฟโรงงาน ทำไมบางที่ลดได้ บางที่ไม่ได้ (ความจริงที่ไม่มีใครบอก)

ค่าไฟโรงงานเพิ่ม แต่ยอดผลิตเท่าเดิม ค่าไฟสูง 

คุณอาจไม่ได้ใช้ไฟฟ้ามากขึ้น แต่กำลังคุณ ” เสียค่าไฟ “ โดยไม่รู้ตัว

เป็นปัญหาสุด Classic ของโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต้นเหตุของปัญหา บางอาจจะไม่ได้เกิดเครื่องจักร แต่เกิดจาก ” การสูญเสียพลังงานไฟฟ้าในระบบ “

ยอดขายโรงงานลด ต้องลดค่าไฟฟ้า ทำอย่างไร ?

       ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อเกิดสภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจหรือการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งภายนอกและภายในประเทศ จะมีส่งผลต่อภาคธุรกิจ การผลิตและโรงงานอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากภาคการผลิตเป็นเครื่องจักรสำคัญที่จะซัพพลายสินค้าและบริการลงไปให้กับผู้บริโภค แต่เมื่อผู้บริโภคมีอัตราการบริโภคน้อยลง หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ก็อาจเกิดผลกระทบกับผู้ผลิตเดิมได้ อาทิเช่น ธุรกิจยานยนต์ จากเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น

       ดังนั้นโรงงานอุตสาหกรรมจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องปรับตัวและพร้อมเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงาน ระบบและแผนงานอยู่ตลอดเวลาให้สอดคล้องกับสภาวะในเวลานั้นเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนงานการผลิตใหม่ การปรับลดทรัพยากรที่ใช้ในการผลิต การปรับโครงการผลิต การทำแผนงานซ่อมบำรุง การลดกระบวนการที่ไม่จำเป็น หรือแม้กระทั่งการเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ที่ทันสมัย เพื่อลดต้นทุนการผลิต

       ซึ่งโดยหลักแล้วการผลิตสินค้าและบริการจะมีต้นทุนอยู่ 3 ส่วน นั่นคือ วัตถุดิบ แรงงาน และพลังงาน ซึ่งการลดต้นทุนทางพลังงานโดยเฉพาะ ค่าไฟ ถือเป็นการลดต้นทุนสำคัญในการผลิตลงอย่างได้ผลและยั่งยืน โดยในบางธุรกิจนั้นค่าไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนหลักที่ใช้ดำเนินธุรกิจอีกด้วย ดังนั้นการเฟ้นหาและคัดสรรมาตรการประหยัดพลังงานไฟฟ้าจึงมีบทบาทสำคัญและเป็นหนึ่งในหลายหัวข้อในการเร่งดำเนินการสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อตอบสนองการลดต้นทุนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม อีกทั้งการตื่นตัวของภาคอุตสาหกรรมและข้อบังคับเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อน (Global Warming) ก็เป็นตัวแปรสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องทำการประหยัดพลังงานไฟฟ้าพร้อมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ด้วย

       ดังนั้นในระยะ 5 – 10 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นการตื่นตัวในการใช้พลังงานสะอาดเข้ามาทดแทนหรือช่วยในการลดการใช้พลังงานหลักจากการใช้ไฟฟ้าเป็นอย่างมาก เพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์การผลิตที่อาจมีแนวโน้มลดลงและเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต โดยความต้องการทางเทคโนโลยีในการช่วยประหยัดไฟฟ้ามีความต้องการสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2566 – 2567 โดยหนึ่งในมาตรการและอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่มีการค้นหาและใช้งานกันอย่างแพร่หลายนั่นคือระบบผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ หรือ โซล่าเซลล์ นั่นเอง โดยจะเห็นว่าระบบโซล่าเซลล์นั้น มีการติดตั้งกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมหรือแม้แต่ในภาคครัวเรือน โดยสามารถทำการประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ราว 30 – 50%* ของการใช้พลังงานก่อนการติดตั้ง ทำให้ผู้ประกอบการสามารถประหยัดพลังงานจากการผลิตลงไปได้มหาศาล

พลังงานสะอาด อย่าง Solar Cell  ถือเป็นตัวเลือกที่มีบทบาทสำคัญ ในการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ในภาคอุตสาหกรรม

Solar Cell System | มีความสามารถในการผลิตพลังงานทดแทน โดยความนิยมในการติดตั้งระบบดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุกปี จากปัญหาค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น และยังตอบโจทย์ในเรื่องของพลังงานสะอาด


แต่ถึงแม้ว่าระบบ โซล่าร์เซลล์ จะเป็นระบบที่สามารถลดต้นทุนได้มาก นิยมใช้กันแพร่หลาย แต่ก็มีขีดจำกัดอยู่หลายประการที่ผู้ประกอบการต้องทำการศึกษาก่อนการลงทุน เพื่อให้การลงทุนมีประสิทธิภาพสูงสุดและตรงจุดประสงค์ในการดำเนินการ นั่นก็เพราะว่าระบบโซล่าเซลล์เป็นระบบที่ต้องอาศัยการลงทุนสูง มีระยะการคืนทุน (Return of investment) ที่ไม่แน่นอน และต้องวิเคราะห์องค์ประกอบอีกหลายประการ เช่น ทิศทางของแสงแดด , พื้นที่การติดตั้ง , โครงสร้างหลังคา , การบำรุงรักษา , ลักษณะการใช้งานไฟฟ้าของโหลดภายในโรงงานและอื่น ๆ เพื่อให้การติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ในโรงงานอุตสาหกรรม มีความคุ้มค่าและคืนทุนเร็วที่สุดหลังจากติดตั้ง

       แต่อุปสรรคที่สำคัญในการใช้ไฟฟ้าเพื่อการผลิตนั้น ยังมีอีกหลายประการที่ระบบโซล่าเซลล์ ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการในการลดต้นทุนการใช้งานไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบในปัจจุบัน นั่นก็คือ เวลา นั่นเป็นเพราะว่าการผลิตไฟฟ้าของระบบโซล่าเซลล์นั้นสามารถผลิตได้เต็มประสิทธิภาพในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น โดยมีระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 5-6 ชม.ต่อวันเท่านั้น ซึ่งถึงแม้จะมีการออกแบบระบบกักเก็บพลังงานสำรองออกมาช่วย แต่ก็ยังมีราคาสูงไม่คุ้มต่อการลงทุน แต่ในภาคการผลิตในอุตสาหกรรมขนาดกลางใหญ่และใหญ่นั้น ยังคงมีความต้องการการใช้งานไฟฟ้าทั้งภาคกลางวันและกลางคืนอยู่ตลอดเวลา

สาเหตุที่ทำให้ ค่าไฟโรงงานสูง ทั้งที่ผลิตเท่าเดิม โดยไม่รู้ตัว ?

แม้ว่าโดยส่วนใหญ่ของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ จะเปลี่ยนเป็นหม้อแปลง TOU หรือ Time of use Triff ซึ่งจะเป็นหม้อแปลงที่มีอัตราการคิดค่าไฟฟ้าในภาคกลางคืนและวันหยุดในเรทต่ำกว่าในภาคกลางวันเป็นอย่างมากถ้าเทียบกับระบบหม้อแปลงเดิมที่คิดค่าไฟฟ้าเป็นอัตราก้าวหน้า ทำให้หลายโรงงานปรับแผนการผลิตไปผลิตตอนกลางคืนเพิ่มมากขึ้นและลดกำลังการผลิตในภาคกลางวันลง ในสภาวะการณ์ที่ยอดขายและการผลิตลดลง นั่นยิ่งทำให้การใช้งานระบบโซล่าเซลล์ลดประสิทธิภาพลงไปอีก เนื่องจากระบบดังกล่าวใช้งานได้เฉพาะภาคกลางวันเท่านั้น ในภาวะการหดตัวของยอดขายและยอดผลิตที่ลดลง และปัญหาที่สำคัญอีกประการของการใช้งานระบบโซล่าร์เซลล์ก็คือ Power Quality หรือ คุณภาพกระแสไฟฟ้าที่มีผลต่อการผลิตไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้าโดยตรง อาทิ การสูญเสียพลังงานในสายและหม้อแปลง (Loss Effective) , พลังงานแฝง (Hidden Load) เป็นต้น

โดยค่าการสูญเสียพลังงานเหล่านี้ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โรงงานกินไฟฟ้า โดยไม่เกิดงานหรือผลผลิต ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมีทั้งสาเหตุที่เราสามารถควบคุมได้ อาทิ PF , Harmonics , Hz เป็นต้น แต่ก็มีอีกหลายตัวที่เราไม่สามารถควบคุมได้ อาทิ ความต้านทาน , ความร้อนจากภายนอก หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมของมนุษย์ (Human Error) ซึ่งทำให้เกิดการใช้ไฟฟ้าที่เสียเปล่าทั้งสิ้น และยิ่งซ้ำเติมค่าใช้จ่ายของโรงงานที่มีออเดอร์การผลิตลดลงอีกด้วย

ค่าไฟที่คุณจ่าย อาจไม่ได้ใช้ทั้งหมด

หลายโรงงานพยายามลดค่าไฟด้วยการลดการใช้งานเครื่องจักร
แต่ในความเป็นจริง ค่าไฟส่วนหนึ่งไม่ได้เกิดจาก “การใช้งาน”

แต่เกิดจาก “การสูญเสียในระบบไฟฟ้า (Loss)”

เช่น
– กระแสไฟฟ้าที่เกินความจำเป็น
– Power Factor ต่ำ
– Harmonic ในระบบ
– โหลดแฝง (Hidden Load)

ซึ่งในหลายกรณี Loss เหล่านี้อาจสูงถึง 5-15%
โดยไม่ได้สร้างผลผลิตใด ๆ ให้กับโรงงานเลย

ในหลายโรงงาน การลดค่าไฟไม่ได้เกิดจากการลดการใช้งานเครื่องจักร
แต่เกิดจากการ “ปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

โดยเฉพาะการลดการสูญเสีย (Loss) ที่เกิดขึ้นในระบบ
ซึ่งมักเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็น แต่ส่งผลต่อค่าไฟโดยตรง

แต่ในปัจจุบันก็มี วิธีลดค่าไฟโรงงาน และเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลดค่าไฟ และเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบโซล่าเซลล์ ชดเชยข้อจำกัดของระบบโซล่าเซลล์ ให้สามารถตอบสนองความต้องการในการลดต้นทุนการผลิตในสภาวะที่มีคำสั่งซื้อในภาคอุตสาหกรรมลดลง นั่นคือ ระบบปรับปรุงประสิทธิภาพการไหลของกระแสไฟฟ้า

Eco Energy ซึ่งใช้หลักการทำงานของซุปเปอร์คอนดัคเตอร์ Superconductor ในการลดความต้านทานในระบบไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อเพิ่มการไหลของกระแสไฟฟ้าให้ไหลได้มากขึ้น ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามีอัตราการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าลดน้อยลงจากการเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานความร้อน ทำให้เกิดการประหยัดพลังงานไฟฟ้าตลอด 24 ชม.ที่มีการใช้งานไฟฟ้าราว 5-15% ของภาพรวมกิจการ อีกทั้งการติดตั้งระบบ ECO จะช่วยทำให้ระบบโซล่าเซลล์ มีความสามารถในการเพิ่มอัตราการผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากอัตราการสูญเสียกำลังไฟฟ้าลดลงเนื่องจากค่าความต้านทานรวมของระบบ หรือ Impedance ถูกทำให้ลดลงด้วยระบบซุปเปอร์คอนดัคเตอร์นั่นเอง

ซึ่งหากผู้ประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรม ผสมผสานเทคโนโลยีทั้ง 2 แบบนี้เข้าไว้ด้วยกัน ก็จะช่วยให้การลดต้นทุน ค่าไฟ ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และตอบสนองความต้องการในการผลิตที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลง ให้สอดคล้องกับยอดการผลิตที่อาจจะลดลง หรือเพิ่มขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาวะ และหากต้นทุนทางไฟฟ้ามีการลดลงแล้ว นอกจากจะทำให้องค์กรหรือธุรกิจนั้นสามารถลดต้นทุนสินค้าและบริการได้แล้ว ยังสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการต้นทุนและเพิ่มผลกำไรในยามคำสั่งซื้อกลับเข้ามาเป็นปกติได้อีกด้วย

SUPER SOLAR CELL จุดเปลี่ยนของการประหยัดไฟโรงงาน

เมื่อระบบที่กำลังได้รับความนิยมในการประหยัดไฟโรงงานอย่าง ” โซลาร์เซลล์ “ เพิ่มการอัพเกรดระบบ Power Conditioning อย่างระบบ Eco Energy เข้าไป การลดต้นทุนทางไฟฟ้า ก็กลายเป็นเรื่องที่เปี่ยมคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด

  • ระบบ Solar Cell พร้อมระบบ BMS พัฒนาพิเศษ สำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้า ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
  • Eco Energy ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเพิ่ม Power Quality ทางไฟฟ้า และเพิ่มประสิทธิภาพระบบโซลาร์เซลล์


การประสานเทคโนโลยีใหม่นี้ สร้างความแตกต่างอย่างมหาศาลให้กับขีดความสามารถของการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม ในขณะที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะถดถอย ออเดอร์และการผลิตไม่เติบโต แต่ภาคอุตสาหกรรมก็สามารถลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงจากเทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งโดยปกติแล้วระบบ ” โซล่าร์เซลล์ ” ที่สามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าทดแทนได้มากกว่า 50%+ แต่ก็สูญเสียไปกับ Power Quality ทางไฟฟ้าในโรงงานบางส่วน แต่หากเพิ่มเทคโนโลยี Super Solar Cell เข้าไปก็จะสามารถใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อีกทั้งในช่วงเวลาที่ไม่แสงหรือกลางคืน (Night Time) ก็ยังสามารถประหยัดพลังงานจากระบบ Eco Energy ได้อยู่ ทำให้การประหยัดพลังงานไฟฟ้าสามารถทำได้ตลอด 24 ชม.

เห็นความสำคัญของการลดต้นทุน การปรับตัว และการเพิ่มเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเตรียมความพร้อมกับความผันผวนของเศรษฐกิจกันแล้วก็อย่าลืมพิจารณามาตรการต่าง ๆ ในการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าด้วยนะครับ เพราะการลดการใช้พลังงานนั้นนอกจากจะช่วยให้เรามีสภาพคล่องที่ดีขึ้นแล้วยังช่วยทำให้โลกของเรามีมลพิษน้อยลงด้วยนะครับ



🟥 Key Insight

👉 แม้การผลิตจะลดลง แต่ถ้าโรงงานอุตสาหกรรมลดต้นทุนสำคัญอย่างค่าไฟฟ้าได้มีประสิทธิภาพ โรงงานก็ยังสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสามารถเพิ่มศักยภาพได้มากขึ้นไปอีก หากกำลังการผลิตกลับมาดีขึ้น


 

🔗 บทความที่เกี่ยวข้อง


 

📞 ติดต่อเพื่อวิเคราะห์หน้างานฟรี

หากคุณต้องการลดค่าไฟโรงงานอย่างเป็นระบบ
ทีมงานพร้อมเข้าไปวิเคราะห์หน้างาน พร้อมรายงานผลประหยัดแบบมืออาชีพ
Add Line ID : @845lapno
Tell : 085 946 6199 / 090 973 3192