ลงทุนระบบประหยัดพลังงานแล้ว แต่พิสูจน์ผลไม่ได้ เกิดจากอะไร?

ลองนึกภาพสถานการณ์นี้ โรงงานแห่งหนึ่งลงทุนโครงการประหยัดพลังงานมูลค่า 2 ล้านบาท หลังติดตั้งเสร็จ ผู้บริหารถามคำถามง่าย ๆ

“แล้วสรุปประหยัดได้เท่าไร?”

ทุกคนเงียบ ฝ่ายวิศวกรรมบอกว่า น่าจะลดได้
ฝ่ายขายบอกว่า ลูกค้าหลายแห่งลดได้
ผู้รับเหมาแสดงกราฟบางส่วน แต่ไม่มีใครตอบตัวเลขที่ชัดเจนได้

นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในโครงการ Energy Saving จำนวนมากไม่ใช่เพราะระบบไม่ได้ผลแต่เพราะไม่มีใครสามารถพิสูจน์ผลได้อย่างถูกต้อง



ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของโครงการ Energy Saving

ไม่ใช่การติดตั้ง แต่คือ การวัดผล หลายองค์กรใช้เวลาหลายเดือนในการเลือกอุปกรณ์ เจรจาราคา อนุมัติงบประมาณ แต่กลับใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ในการวางแผนวัดผล


 

ความผิดพลาดอันดับ 1

ไม่มี Baseline ก่อนติดตั้ง

คำถามง่าย ๆ ก่อนติดตั้ง ระบบใช้พลังงานเท่าไร? ถ้าตอบไม่ได้ หลังติดตั้งก็ไม่มีทางตอบได้ว่าประหยัดเท่าไร



ความผิดพลาดอันดับ 2

ใช้บิลค่าไฟเป็นตัวตัดสิน

หลายโรงงานยังใช้วิธี เดือนนี้ค่าไฟลดเท่ากับประหยัด เดือนนี้ค่าไฟเพิ่มเท่ากับไม่ประหยัด ซึ่งเป็นวิธีที่อันตรายมาก

เพราะบิลค่าไฟได้รับผลกระทบจาก

  • การผลิต
  • อุณหภูมิ
  • ชั่วโมงทำงาน
  • Demand
  • พฤติกรรมการใช้งาน

 

ความผิดพลาดอันดับ 3

ไม่มี KPI ที่เหมาะสม

ตัวอย่างเช่น

Chiller

ควรวัด

  • kW/RT

ไม่ใช่ดูค่าไฟรวม


Air Compressor

ควรวัด

  • kWh/Nm³

ไม่ใช่ดูบิลค่าไฟ


Production Line

ควรวัด

  • kWh/ชิ้นงาน
  • kWh/ตันผลิต

ไม่ใช่ดูเฉพาะ kWh


 

Physics Behind the Problem

ลองนึกถึงนักวิ่งมาราธอน หากดูเพียงว่า วันนี้ใช้น้ำดื่มมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าวิ่งแย่ลง เพราะอาจวิ่งได้ไกลขึ้น โรงงานก็เช่นเดียวกัน การใช้พลังงานมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าประสิทธิภาพลดลงเสมอไป สิ่งสำคัญคือ พลังงานต่อหน่วยผลผลิตไม่ใช่พลังงานรวม



ความผิดพลาดอันดับ 4

ไม่แยก Production กับ Utility

หลายโรงงานวัดไฟทั้ง MDB แล้วสรุปผลทันที แต่ในความเป็นจริง

MDB หนึ่งตัวอาจประกอบด้วย

  • Production Load
  • Air Compressor
  • Chiller
  • Lighting
  • Utility

ทั้งหมดรวมกัน ทำให้ไม่รู้ว่า พลังงานที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้น เกิดจากส่วนไหน



ความผิดพลาดอันดับ 5

วัดผลช่วงเวลาสั้นเกินไป

ตัวอย่างเช่น ติดตั้งเสร็จ แล้ววัดผลเพียง 7 วัน หรือ 14 วัน

ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจาก

  • วันหยุด
  • สภาพอากาศ
  • ปริมาณงาน

ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน


 

ทำไมมาตรฐาน IPMVP จึงได้รับการยอมรับทั่วโลก?

เพราะ IPMVP ไม่ได้ถามว่า

ค่าไฟลดหรือไม่

แต่ถามว่า

ถ้าไม่มีโครงการนี้ วันนี้ควรใช้พลังงานเท่าไร?

นี่คือหัวใจสำคัญของการวัดผล



โครงการที่ดี อาจถูกตัดสินว่าล้มเหลว

โครงการที่ล้มเหลว อาจถูกมองว่าสำเร็จ

หากใช้วิธีวัดผลที่ผิดนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในอุตสาหกรรม



ก่อนลงทุนโครงการต่อไป

ควรถามคำถามนี้ก่อน

  • จะวัดอะไร?
  • วัดที่จุดไหน?
  • วัดอย่างไร?
  • ใครเป็นผู้ยืนยันผล?
  • KPI คืออะไร?
  • Baseline คืออะไร?

หากยังตอบไม่ได้

อาจถึงเวลาต้องออกแบบระบบวัดผลก่อนออกแบบโครงการ


 

หลายโครงการ Energy Saving ไม่ได้ล้มเหลวเพราะเทคโนโลยี แต่ล้มเหลวเพราะการวัดผลการไม่มี Baseline ไม่มี KPI ไม่มีระบบ Monitoring หรือใช้บิลค่าไฟเป็นตัวตัดสิน ล้วนทำให้ไม่สามารถพิสูจน์ผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้อง และในหลายกรณี โครงการอาจกำลังประหยัดพลังงานอยู่จริง

แต่ไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะพิสูจน์มันได้



เกี่ยวกับผู้เขียน

บทความโดย

ทีมวิศวกรพลังงาน Pains Power

ผู้เชี่ยวชาญด้าน:

  • Power Quality
  • ระบบไฟฟ้าโรงงาน
  • Energy Saving
  • Solar Engineering
  • Industrial Energy Management

Reviewed by:
Sarayuth Sornprapha
Industrial Energy Saving Specialist
Power Quality & Energy Efficiency Consultant



Internal Link



FAQ | คำถามที่พบบ่อย

ถ้าค่าไฟลดลง แปลว่าโครงการประหยัดพลังงานสำเร็จหรือไม่?

ไม่เสมอไป เพราะอาจเกิดจากการผลิตที่ลดลงหรือปัจจัยอื่น ๆ

Baseline คืออะไร?

ข้อมูลอ้างอิงก่อนติดตั้งโครงการ ซึ่งใช้สำหรับเปรียบเทียบผลลัพธ์หลังติดตั้ง

IPMVP สำคัญอย่างไร?

เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้พิสูจน์ผลการประหยัดพลังงานอย่างเป็นระบบ

ควรวัดผลนานเท่าไร?

ขึ้นอยู่กับประเภทโครงการ แต่โดยทั่วไปควรมีข้อมูลเพียงพอที่จะสะท้อนพฤติกรรมการใช้งานจริง



📞 ติดต่อเพื่อวิเคราะห์หน้างานฟรี

หากคุณต้องการลดค่าไฟโรงงานอย่างเป็นระบบ
ทีมงานพร้อมเข้าไปวิเคราะห์หน้างาน พร้อมรายงานผลประหยัดแบบมืออาชีพ

📱 Line ID : @845lapno
☎️ Tel : 085 946 6199 / 090 973 3192